กาฬสินธุ์อากาศวิกฤตร้อนจัดกุ้งก้ามกรามแนับสภาพไม่ทัน น็อคน้ำตายจำนวนมาก ชาวนาเร่งจับกุ้งขาย หนีน็อคน้ำตาย

สภาพอากาศ ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ วิกฤติหนักกลางวันร้อนจัด กลางคืนอบอ้าว จนกุ้งก้ามกรามปรับสภาพไม่ทัน น็อคน้ำตายจำนวนมาก ชาวนากุ้งเร่งจับกุ้งขาย กลัวน็อคตายยกบ่อ เรียกร้องโครงการบำรุงรักษาเขื่อนลำปาวปล่อยน้ำ ก่อนกุ้งน็อคตายหมด คาดเทศกาลปีใหม่กุ้งสดขาดแคลน ราคาพุ่งกิโลกรัมละ 500 บาท

กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม กำลังได้รับความเดือดร้อน จากสภาพอากาศวิกฤติ เนื่องจากอากาศร้อนจัดในเวลากลางวัน ขณะที่กลางคืนอบอ้าวและบางคืนมีฝนตก ประกอบกับโครงการบำรุงรักษาลำปาว ปิดการส่งน้ำ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการซ่อมแซมคลองส่งน้ำ ทำให้ไม่มีน้ำเปลี่ยนถ่ายในบ่อเลี้ยงกุ้ง จนกุ้งน็อคตายจำนวนมาก

นายปรีชา ภูใบบัง อายุ 63 ปี บอกว่า เลี้ยงกุ้งก้ามกรามช่วงนี้ลำบากมาก เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งไม่มีน้ำเปลี่ยนถ่าย เมื่อแดดร้อนจัดก็จะทำให้น้ำร้อน และเกิดการระเหย เมื่อไม่มีน้ำเปลี่ยนถ่ายก็จะเกิดน้ำเสีย ส่งผลกระทบต่อตัวกุ้งในบ่อ เพราะปกติจะทำการเปลี่ยนถ่ายทุกสัปดาห์ แต่หลังจากโครงการบำรุงรักษาลำปาวทำการปิดน้ำ เพื่อซ่อมแซมคลองส่งน้ำมานานกว่า 1 เดือน จึงไม่มีน้ำเปลี่ยนถ่าย จึงเกิดการน็อคตายจำนวนมาก ถึงแม้จะใช้เครื่องสูบน้ำ และเครื่องตีน้ำ สร้างออกซิเจนในบ่อกุ้ง ก็ป้องกันไม่ได้ เนื่องจากอากาศ และน้ำเสีย โดยช่วงนี้กุ้งในบ่ออนุบาลของตนตายแล้วประมาณ 100 ก.ก.

นายอนุชา ฤทธิ์เรือง อายุ 43 ปี บอกว่า ปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามคือสภาพอากาศกับน้ำ หากอากาศวิกฤติ น้ำเสีย หรือน้ำไม่เพียงพอ ก็จะทำให้เกิดการน็อคตาย โดยเฉพาะในช่วงนี้อากาศวิกฤติมาก ทำให้เกิดปัญหากุ้งน็อคตายทุกวัน บางรายต้องเร่งจับขาย ก่อนที่จะน็อคตายทั้งบ่อ
อย่างไรก็ตาม คาดว่าเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ กุ้งจะขายดีเป็นพิเศษ จนคาดว่าจะขาดตลาด และราคาพุ่งกิโลกรัมละ 500 บาท เพื่อป้องกันปัญหากุ้งน็อคตาย อยากเรียกร้องให้โครงการบำรุงรักษาเขื่อนเขื่อนลำปาว เร่งซ่อมแซมคลองระบายน้ำโดยเร็ว เพื่อจะได้ปล่อยน้ำและต่อชีวิตให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม
ทั้งนี้ มีประกาศจากโครงการบำรุงรักษาเขื่อนลำปาวว่า จะทำการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ ที่เขื่อนลำปาว ในวันที่ 12 ธันวาคม 2561 นี้ เพื่อระดมความคิดเห็น แนวทางการบริหารจัดการน้ำ และกำหนดวันเปิดน้ำ ให้เกษตรกรได้เลี้ยงสัตว์น้ำและปลูกพืชฤดูแล้ง