ตร. ชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล รวบ ผตห. ตะเวนฉกทอง หลายพื้นที่ ระหว่างนำตัวมาขอโทษ ผสห เหลืออด กระชากแมส ตบหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องห้ามไว้

ตร. ชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล รวบ ผู้ต้องหา. ตะเวนฉกทอง หลายพื้นที่ ระหว่างนำตัวมาขอโทษ ผู้เสียหาย เหลืออด กระชากแมส ตบหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องห้ามไว้

พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.นพศิลป์ พลูสวัสดิ์ รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อสิเรศ ปาลร่วมกันจับกุมน.ส.วรรณี เขมวัชรเลิศ อายุ 56 ปี ชาวปทุมธานี ตามหมายจับศาลแขวงพระนครใต้ที่ จ.359/2561 ลงวันที่ 7 ธันวาคม 2561 ในข้อหา “ลักทรัพย์” สามารถจับกุมได้ที่หน้าร้านโจ๊กบางกอก ริมถนนนนทบุรี ต.บางกระสอ อ. เมือง จ นนทบุรี

สืบเนื่องจากวันที่ 5 ธันวาคม เวลาประมาณ 13.00 น. เกิดเหตุคนร้ายเป็นหญิงจานวน 1 คน เดินเข้ามา ภายในร้านทองชมมาศ โกลด์ ทำทีขอซื้อทองคำ โดยขอดูทองทีละหลายๆ เส้น เมื่อสบโอกาสพนักงานขายเผลอได้ขโมทองแล้วออกจากร้านไป จากนั้นเจ้าหน้าที่
ได้ทำการสืบสวน โดยได้วิเคราะห์ข้อมูลแผน ประทุษกรรมในครั้งนี้ จนกระทั่งสามารถสืบสวนทราบว่าคนร้ายคือ นางสาววรรณี และมีพยานหลักฐาน เพียงพอที่เชื่อได้ว่าคนร้ายได้กระทำความผิดจริง โดยตั้งแต่ปี 2556 ถึง ปัจจุบัน คนร้ายก่อเหตุมาแล้ว 14 ครั้ง มูลค่าความ เสียหาย รวม 288,100 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออำนาจศาลแขวงพระนครใต้ได้พิจารณาออก หมายจับผู้ต้องหานี้ ต่อมาจากการสืบสวนสอบสวน ทราบว่คนร้ายนี้ได้หลบหนีไปอยู่ในพื้นที่ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบและพบกับนางสาววรรณี เจ้าหน้าที่ ตำรวจจึงได้ทำการจับกุม

จากการสอบถามนางสาววรรณีให้การว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริงโดยวันเกิดเหตุ นางสาววรรณี ได้นั่งรถแท็กซี่จากที่พักไปยังร้านทองบริเวณถนนจันทร์ และเข้าไปก่อเหตุจากนั้นได้หลบหนีไปโดยขึ้นรถแท็กซี่ จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ และยังรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกว่าได้เคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง โดย จะนำสร้อยคอทองคำที่ลักมาได้ ไปขายและนำเงินมาใช้จ่ายส่วนตัว ทั้งนี้ยังยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับ ดังนี้ หมายจับศาลจังหวัดสิงห์บุรี ที่117/2561 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2561 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์” (สภ.สิงห์บุรี) หมายจับศาลแขวงสมุทรปราการ ที่ 579/2556 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2556 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลัก ทรัพย์” (สภ.เมืองสมุทรปราการ)
หมายจับศาลแขวงราชบุรี ที่ 96/2560 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2560 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์” (สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี)

สำหรับพฤติกรรมของผู้ต้องหาไม่มีการเลือกร้านหรือดูเส้นทางร้านก่อนก่อเหตุ แค่ตื่นเช้ามาแล้วอยากไปไหนก็ใช้รถสาธารณะในการเดินทางและลงไปก่อเหตุ โดยที่ไม่ได้สนใจว่าภายในร้านจะมีพนักงานกี่คน จากนั้นเมื่อได้ทองมาแล้วก็จะนำไปขายในตลาดมืด โดยทองคำ 1 บาท ราคาตลาด 20,000 บาท จะขายได้ในราคา 15,000 บาท นอกจากนี้จากตรวจสอบพฤติการณ์พบว่าผู้ต้องหามีการติดพนันซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนไปตามบ่อนที่ผู้ต้องหาไปใช้บริการเป็นประจำ

รายงานข่าวแจ้งอีกว่าสำหรับผู้ต้องหาคนดังกล่าวก่อเหตุครั้งแรกตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งได้โดยออกหมายจับแล้วแต่ได้หลบหนีมานานกว่า 10 ปี จนกระทั่งคดีขาดอายุความแต่ก็ยังก่อเหตุอยู่เสมอกระทั่งโดนจะบกุมในครั้งนี้
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหามาก่อนที่ทางผู้ต้องหาจะยกมือไหว้ขอโทษผู้เสียหาย ซึ่งขนาดนั้นเองมีผู้เสียหายบางคนพยายาม จะกระชากดึงแมสที่ปิดบังใบหน้าผู้ต้องหา ทำให้ตำรวจต้องรีบ นำตัวผู้ต้องหาออกไปจากห้องแถลงข่าวทันที

ด้านนางสาวมนชนก เศรษฐวัชราวนิช เจ้าของร้านทองพรสุพรรณ (เยาวราช ) สาขาโลตัส ศรีนครินทร์ เล่าถึง เหตุการณ์ที่คนร้ายเข้าไปฉกทองในร้านเมื่อเดือนพ.ย. ปีที่แล้วว่า คนร้ายใส่หน้ากาก เดินวนเวียนหน้าร้าย จนมีลูกค้าเข้าร้านเดินตามเข้ามา ขอดูสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท เน้นลายใหม่ๆ พนักงานหยิบให้ดู 3 เส้น โดยวางในระยะห่างพอสมควร คนร้ายพยายามรวบสร้อยทองให้มากกองรวมกันเพื่อไม่ให้จำได้ว่าวางไว้กี่เส้น และ ชวนพนักงานคุย ขอดูลายอื่น ซึ่งพนักงานต้องหันหลังไปหยิบ จึงใช้ช่วงจังหวะดังกล่าวหยิบใส่มือ และบอกว่าไม่มีลายที่ต้องการ ก่อนเดินออกไปอย่างใจเย็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อเช็คสต็อกจึงรู้ว่าสร้อย 1 บาท หายไป 1 เส้น Thailandpress News รายงาน

ใส่ความเห็น