ผู้รับเหมาก่อสร้างสปา บุกเข้าร้อง ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หลังไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายทุนชาวจีน

ผู้รับเหมาก่อสร้างสปา บุกเข้าร้อง ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หลังไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายทุนชาวจีน

โดยเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2561 กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างและตกแต่งภายใน ได้เข้าร้องเรียนกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. รอง ผอ.ศปอส.ตร.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายทุนชาวจีน และผู้บริหาร สปา ย่านลาดพร้าว โดยหนึ่งในตัวแทนทางกลุ่มผู้รับเหมา(ขอสงวนนาม) ได้ให้ข้อมูลกับทาง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาลและสื่อมวลชนว่า ตนเองกับกลุ่มผู้รับเหมา ได้รับการว่าจ้างจากนายทุนชาวจีนให้เข้าตกแต่งภายในของสปา ตนเองและกลุ่มผู้รับเหมาได้เข้าดำเนินการตามข้อตกลงที่ทำสัญญากันไว้ พอถึงเวลาจะทำเรื่องเบิกเงินมูลค่า1,200,000 บาท ทางผู้บริหารสปาได้แจ้งกับทางตนว่าเงิน งานที่ทำไม่เรียบร้อยและยังแจ้งกับทางตนว่าได้ให้อาจารย์มหาวิทยาลัยมาเป็นผู้ตรวจสอบเพื่อความเป็นกลางในการตรวจสอบและยังทำสัญญายกเลิกที่จะปฏิเสธการจ่ายเงิน ทางตนเลยได้ชี้แจงไปว่า การยกเลิกสัญญาแบบนี้มันไม่ถูกต้องและได้ติดต่อทวงถามเรื่อยมาแต่ก็ได้รับการปฏิเสธทุกครั้ง จึงเดินทางเข้ามาร้องเรียนเพื่อให้ตรวจสอบนายทุนชาวจีนและผู้บริหารสปาเพราะตนได้สืบทราบมาว่า ชาวจีนรายนี้จะใช้นอมินีในการทำธุรกิจในประเทศไทยและมีพฤติกรรมที่ไม่ยอมจ่ายเงินกับผู้รับเหมาหลายรายในจังหวัดภูเก็ต

กลุ่มผู้เสียหายยังได้กล่าวต่อว่า ทางตนได้เดินทางไปพบชาวจีนรายนี้ที่สถานีโทรทัศน์(ผ่านดาวเทียม)ย่านศรีนครินทร์เพื่อทวงถามแต่ก็ได้รับการปฏิเสธมาตลอดและไม่เคยได้เข้าพบกับชาวจีนรายนี้ และยังได้สอบถามไปยังต้นสังกัดของอาจารย์ที่เข้ามาตรวจสอบโครงการสปา ว่าการตรวจสอบนั้นเป็นเช่นไร จึงได้รู้ข้อมูลว่า ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้รับทราบข้อมูลเรื่องการตรวจสอบเลย และไม่มีนโยบายที่จะเป็นสถาบันที่เป็นผู้ตรวจสอบในเรื่องการก่อสร้าง และพร้อมจะดำเนินคดีกับผู้ที่เอาชื่อมหาวิทยาลัยไปแอบอ้างอีกด้วย

ทางด้าน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. รอง ผอ.ศปอส.ตร ได้รับเรื่องและกล่าวกับทางกลุ่มผู้เสียหายว่าจะเร่งดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด โดยจะเช็คข้อมูลทางการเงินและการทำธุรกิจในประเทศไทยและยังกล่าวต่ออีกว่า ณ วันนี้ชาวจีนและชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก ทาง ศปอส.ตร ดำเนินคดีกับกลุ่มชาวจีนที่เข้ามาทำธุรกิจอย่างผิดกฎหมายและจับกุมอย่างต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจของชาวจีนและชาวต่างชาติที่ผิดกฎหมายได้แจ้งเข้ามาทาง ศปอส.ตร ได้ตลอดเวลา

ใส่ความเห็น