เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาฉกเพชร กว่า 10 ล้าน ทำแผนประกอบคำรับสารภาพหลังจับกุมตัวได้ที่ประเทศกัมพูชาสารภาพทำมาไม่ต่ำกว่า 7-8 ครั้ง นำเพขรไปขาย ในบ่อน ราคา 550000 บาท แบ่งให้ผู้ร่วมขบวนการ 100,000 บาทที่เหลือเล่นการพนันจนหมดเจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 1 คนที่ยังหลบหนีอยู่

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล จับกุม นายภิพัศพงษ์พัศฐ์ สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองกาญจนบุรี ขณะต่อคิวจะลงตาประทับเพื่อจะเดินทางออกนอกประเทศไปยังกัมพูชา ในข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม

โดยผู้ต้องหา และ เพื่อนที่หลบหนีการจับกุม ก่อเหตุวิ่งราวเพชร 10 กะรัต มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ของนายวีกี้ ไวบัส อายุ 44 ปี นายหน้าค้าเพชรชาวอินเดีย ที่มาจ้างคนร้ายเจียรไนเพชรเม็ดดังกล่าว ให้ที่อาคารพาณิชย์เลขที่ 426/2-3 ซอยสองพระ ถนนสี่พระยา ซึ่งคนร้ายได้ออกอุบายนำเพชรไปส่องกับแสงแดดหน้าร้านก่อนจะวิ่งไปขึ้นรถจยย.เพื่อนคนร้าย เร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 15.00น.ของวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา

วันนี้พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขานรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงศ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลนำตัวผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่เกิดเหตุ 3 จุด คือบริเวณหน้าร้าน ในร้าน และ จุดหลบหนีท่ามกลางไทยมุงที่ให้ความสนใจออกมายืนดูและถ่ายคลิปเก็บไว้ ก่อนที่จะควบคุมตัวกลับไปที่ สน. ก่อนฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลกล่าวว่าผู้ต้องหาให้การรับ สารภาพว่ากระทำการดังกล่าวจริงและนำเพชรไปขายในบ่อนการพนันคาสิโนให้กับคนต่างชาติ 550,000 บาทแบ่งให้ผู้ต้องหาอีกหนึ่งคนที่ร่วมก่อเหตุ 100,000 บาทที่เหลือเอาไปเล่นการพนันจนหมด เคยก่อเหตุแบบนี้ 7-8 ครั้ง ซึ่งรับโทษไปแล้ว และยังมีคดีลักทรัพย์ ที่อยู่ระหว่างการประกันตัวในพื้นที่บางบัวทอง และมาก่อเหตุซ้ำที่นี่

สำหรับผู้ต้องหาที่หลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมออกหมายจับเพื่อมาดำเนินคดี อีกทั้งติดตามของกลางที่นำไปขาย และสืบสวนผู้ที่รับซื้อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาหรือไม่
ส่วนข้อหาจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกระบวนการสอบสวนว่ามีพฤติกรรมใดที่จะตั้งข้อหาเพิ่มได้อีก

สำหรับผู้เสียหายที่เคยถูกชิงทรัพย์ ในพฤติกรรมที่คล้ายถึงกันและสงสัยว่าอาจจะเป็นผู้ต้องหาคนเดียวกัน ให้มาดูตัวได้ที่สน. บางรัก





