แม่ 66ใจสลาย หลังลูกสาวขอเงินคืนสูงกว่า1.3ล้าน หากหาให้ไม่ได้ขู่ฟ้องไล่ที่ยึดบ้านไร้ที่อยู่

แม่ 66ใจสลาย หลังลูกสาวขอเงินคืนสูงกว่า1.3ล้าน หากหาให้ไม่ได้ขู่ฟ้องไล่ที่ยึดบ้านไร้ที่อยู่

เรื่องราวดังกล่าว มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ นางบุญตา ภูคอนจิตร โพสต์ข้อความระบุว่า วอนโซเชียล แม่วัย 66 ปี ร่ำไห้ เมี่อถูกลูกสาวแท้ๆ ฟ้องขับไล่คดีบุกรุกพื้นที่ ปลูกสร้างบ้านในที่ดินชึ่งแม่เป็นคนชื้อแล้วใส่ชื่อให้กับลูกใว้ในโฉนด โดยแม่อาศัยอยู่มานานกว่า 18 ปี ปัจจุบันลูกสาวไม่เคยมาสนใจ พอรู้ว่าแม่มาปลูกบ้านจึงให้สามีที่เป็นทนายนำเรี่องขึ้นฟ้องศาลขับใล่แม่บังเกิดเกล้าให้ออกจากบ้าน

โดยอ้างกับศาลว่า แม่ไม่เคยเลี้ยงดู และที่ผ่านมา 10 กว่าปีมา ลูกสาวเคยส่งเงินมาให้แม่รายนี้จำนวน 130,000 บาท เพื่อให้แม่เก็บไว้ใช้จ่ายดูแลตัวเอง แต่จังหวะนั้นผู้เป็นแม่เห็นว่ามีคนมาถามขายที่ดิน จึงขอชื้อเอาใว้ เงินไม่พอก็ไปขอระดมจากลูกๆที่มีทั้งหมด 5 คน และญาติพี่น้องมาช่วยเพิ่มเติมเพื่อหวังเก็บไว้เป็นอนาคตให้กับลูกสาวที่ฟ้องแม่รายนี้

จนได้มีการก่อสร้างบ้านพร้อมราคาที่ดินในจุดดังกล่าวไปรวมกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งผู้เป็นแม่ด้วยความหวังดีทั้งชื่อเจ้าของที่ดิน และบ้านเป็นชื่อของบุตรสาว ที่ปัจจุบันไปทำงานอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น และเมื่อช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ลูกสาวทราบว่าแม่นำเงินที่ตนเองเคยส่งให้มารวม 130,000 บาท ไปซื้อที่ดินและปลูกบ้านไว้ให้และกรรมสิทธิ์ในที่ดินบ้านดังกล่สวเป็นชื่อของตนเอง กลับขอเรียกเงินค่าที่ดินดังกล่าวที่เคยให้มา ก่อนที่จะมีการสร้างบ้านในที่ดิน รวม 130,000 บาท แต่จะขอเงินคืนจากผู้เป็นแม่เพิ่มขึ้นอีกเป็น 1.3 ล้านบาท มาคืนแทน แล้วถึงจะอยุญาติให้แม่และลูกอีก 4 คน เข้ามาอยู่ในที่ดินตนเองได้

โดยลูกสาวรายนี้ได้ใช้อำนาจทางกฏหมายมาข่มขู่แม่ว่า ถ้าไม่หาเงินมาให้จำนวน 1,300,000 บาท จะต้องมีการแจ้งจับแม่ขังคุก และจะทุบบ้านแม่ทิ้งในครั้งนี้ด้วย ซึ่งทางโลกโซเชียลทราบเรื่องจึงได้มีการพากันโพส วิงวอนผ่านโลกโชเชียลเป็นศูนย์กลางช่วยแชร์ ให้ผู้มีอำนาจช่วยตรวจสอบและช่วยเหลือแม่รายนี้ด้วย ซึ่งปัจจุบันแก่ยังมีโรครุมเร้าหลายโรค จึงอยากให้ทุกฝ่ายที่
ช่วยกันแชร์หาทางช่วยเหลือแม่วัยชรารายนี้ด้วย

ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านของนางบุญตา ภูดรจิตร อายุ 66 ปี ที่อาศัยอยู่บ้านเลขที่186 หมู่ที่ 9 บ้านสวนอ้อย ตำบลกวางโจน อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ เล่สเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเริ่มตั้งแต่เมื่อ 18 ปี ที่ผ่านมาตนมีลูกทั้งหมดรวม 5 คน โดยมีลูกสาวคนที่ 3 ชื่อว่านางมยุรี โอกะสะ ทำงานต่างประเทศ และส่งเงินมาให้เก็บไว้เพื่อใช้จ่ายดูแลตัวเอง จำนวน 130,000 บาท และ บอกว่าหากมีคนขายที่ให้แม่ซื้อใว้ทำกิน จนกระทั้งมีคนในระแวกบ้านได้ประกาศขายที่ดินในราคาจำนวน 130,000 บาท ตนจึงนำเงินที่ลูกสาวส่งมาให้ที่เหลือบางส่วนพร้อมกับขอจากลูกหลาน ญาติพี่น้องคนอื่นๆมาเพิ่มให้ครบอีกหลายหมื่นบาท เพื่อรีบนำไปซื้อที่ดังกล่าวจำนวน 5 ไร่ เป็นเงินรวม 130,000 บาท

ที่ดินใช้เป็นชื่อของนางนางมยุรี โอกะสะ และผ่านไปประมาณกว่า 15 ปี ตนได้ใช้ให้ญาติพี่น้องทำนา พร้อมเก็บสะสมเงินเพิ่มมาตลอด จนพอมีเงินที่จะนำมาสร้างบ้านหลังละกว่า 2 ล้านบาท ในที่ดิน สร้างเสร็จลูกสาวเกิดไม่พอใจ และอยากให้แม่หาเงินเป็นค่าที่ดินทั้งหมดที่เคยให้มารวม 130,000 บาท มาคืนแต่จะขอทบต้นดอกเพิ่มขึ้นรวมเป็น 1.3 ล้านบาท และถ้าหาให้ไม่ได้ยังข่มขู่ จะจ้างทนายฟ้องศาล เพื่อเรียกร้องที่ดินที่เป็นชื่อของตนคืนทั้งหมดด้วย

ขณะที่ทางจังหวัดได้ตรวจสอบความเป็นมาของคดี พบว่านางบุญตา ปลูกบ้านในที่ดินของบุตรสาวคือ นางมยุรี โอกาสะ และน.ส.วาสนา เทพวงศ์ อายุ 47 ปี เจ้าของบ้านที่ปลูกในที่ดินของ นางมยุรีฯ

ตามข้อเท็จจริงซึ่งศาลได้มีการตัดสินไปแล้ว น.ส.วาสนาฯ และมารดาถูก นางมยุรีฯ น้องและบุตรสาว ฟ้องร้องให้ออกจากที่ดินซึ่ง นางมยุรี ฯบุตรสาวรได้ซื้อเก็บไว้ เพื่อให้ นางบุญตา ทำการเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ ต่อมา น.ส.วาสนาฯ พี่สาวต่างบิดาของนางมยุรีได้นำที่ดินแปลงดังกล่าวมาปลูกสร้างบ้านของตนเอง นางมยุรี ฟ้องร้องและมีการตกลงชดใช้ค่าที่ดินเป็นเงินรวม 1 ล้านบาท ให้แก่ นาง.มยุรีฯ เป็นรายปีๆละ 200,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี แต่ น.ส.วาสนาฯและมารดา เซ้นต์ยินยอม แต่ไม่ปฏิบัติตาม จึงถูกฟ้องร้องและถูก สนง.บังคับคดีภูเขียว ปิดหมายขับไล่ออกจากที่ดิน ซึ่งทางจังหวัดชัยภูมิ ก็อยากให้ทาง บุตรและแม่ ครอบครัวญาติพี่น้องของครอบครัวนี้ควรจะหันหน้าคุยกันแก้ปัญหาในเรื่องนี้จะเป็นหนทางแก้ไขปัญหา… สุทธิพงศ์ จ.ชัยภูมิ

ใส่ความเห็น