ป้าวัย 63 ปีชาวตำบลนาตาล่วง อ.เมืองตรัง นำเงินสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้เป็นของขวัญจากรัฐบาลในช่วงเทศกาลปีใหม่ส่งท้ายปีเก่าจำนวน 500 บาท ซื้อปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ผักมาปลูกเพิ่ม สร้างรายได้ให้ครอบครัว

ป้าวัย 63 ปีชาวตำบลนาตาล่วง อ.เมืองตรัง นำเงินสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้เป็นของขวัญจากรัฐบาลในช่วงเทศกาลปีใหม่ส่งท้ายปีเก่าจำนวน 500 บาท ซื้อปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ผักมาปลูกเพิ่ม
สร้างรายได้ให้ครอบครัว

นางอารีย์ ห่อบุตร อายุ 63 มีอาชีพเกษตรกร ใช้ที่ดิน 2 ไร่ที่เคยปลูกยางพารา หันมาปลูกดอกมะลิกว่า 500 ต้นมานานกว่า 6 ปี เพื่อร้อยพวงมาลัยส่งขายให้กับลูกค้า พวงละ 10-15 บาท บอกว่า ดีใจที่รัฐบาลโอนเงินสวัสดิการแห่งรัฐให้กับผู้ที่มีรายได้น้อย จำนวน 500 บาท เป็นของขวัญปีใหม่ ซึ่งตนไปเบิกเงินมาแล้ว และไปซื้อปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ผักมาปลูกเพิ่ม เพื่อให้เงินที่ได้เกิดประโยชน์มากที่สุด

สำหรับเงินที่ได้จากการขายพวงมาลัยวันละ 400-500 บาท หรือเฉลี่ยเดือนละ 10,000 บาท นำไปส่งเสียให้ลูก ๆ ทั้งสามคนได้เรียนหนังสือ และอีกส่วนหนึ่งเก็บไว้รักษาตัวยามเจ็บป่วย ซึ่งดอกมะลิที่ปลูกไม่ใช้สารเคมี โดยเมื่อร้อยเป็นพวงมาลัยเสร็จแล้ว ก็จะขับรถจักรยานยนต์หาบไปขายในตลาดสดเทศบาลนครตรัง ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร และขายหมดทุกวัน เพราะลูกค้ามั่นใจในความปลอดภัย ดอกใหญ่
ราคาถูกกว่าท้องตลาดซึ่งลูกค้าส่วนหนึ่งก็ต้องการจะช่วยซื้อเพราะป้าเดินหาบไปขายเกือบทุกวันโดยไม่มีใครคอยช่วย

ป้าอารีย์ บอกว่า ตัดสินใจปลูกดอกมะลิแทนการทำสวนยางพารามานาน 5-6 ปีแล้ว โดยเก็บดอกมะลิทำเป็นพวงมาลัยขายเองพวงละ 10-15 บาท แต่ละวันทำได้ประมาณ 50-60 พวง และขายหมดทุกวัน ส่วนเงินสวัสดิการแห่งรัฐไปเบิกมาแล้ว และนำไปซื้อปุ๋ยกับเมล็ดพันธุ์ผักมาปลูกเพิ่ม เพื่อเป็นการต่อยอดและขอบคุณที่รัฐบาลมอบเงินส่วนนี้มาให้ เพราะตนกำลังต้องการเงินส่วนนี้มาซื้อปุ๋ย รวมทั้งพันธุ์ผัก

ถนอมศักดิ์ /ตรัง

ใส่ความเห็น