เกิดเหตุไฟไหม้วัด อ.เมืองอุบลฯ ส่งท้ายปีเก่า ภายใน 3 วันเกิดไฟไหม้แล้ว 3 ครั้ง คาดสาเหตุอาจจากไฟฟ้าลัดวงจร หรือลืมจุดธูปทิ้งไว้

พ.ต.ท.อนันตชัย คำด้วง สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้กุฎิพระภายในวัดป่าแสนอุดม ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี จึงรุดไปดูที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี

โดยที่เกิดเหตุเป็นอาคารชั้นเดียว ห้องต้นเพลิง
เป็นสำนักงานเลขขาเจ้าอาวาสวัด มีพระอาจารย์วิชิต สิริปุณโญ อายุ 40 ปี พระเลขาเป็นผู้ดูแล ขณะเกิดเหตุพระอาจารย์วิชิต รับกิจนิมนต์ปฏิบัติงานสงฆ์ในหมู่บ้านท่าบ่อ ซึ่งอยู่ห่างจากวัดไม่มาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำสกัดเพลิงที่ลุกไหม้ ประมาณ 30 นาที ควบคุมเพลิงได้

จากการตรวจสอบ พบจุดเกิดเพลิงไหม้บริเวณโต๊ะหมู่บูชา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโต๊ะตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ของวัด เบื้องต้นยังไม่ชัดเจนว่า การเกิดเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร หรือพระลืมจุดธูป เทียนทิ้งไว้ ก่อนออกไปรับกิจนิมนต์ ซึ่งจะได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเข้ามาตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่ชัดเจนอีกครั้ง ด้านพระครูสังฆรักษ์ สวัสดิภูมิสาโร อายุ 52 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าแสนอุดมที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า พระอาจารย์วิชิต ออกจากวัดไปทำกิจนิมนต์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00 น. ต่อมาได้ยินเสียงโยมตะโกนแจ้งว่ามีไฟไหม้ จึงได้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจาก 1669 ประสานรถดับเพลิงเข้าช่วยดับไฟ สำหรับค่าเสียหายจากไฟไหม้ประมาณ 1 แสนบาท ผู้สื่อข่าวรานงานต่อว่า สำหรับการเกิดเพลิงไหม้ในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี ในสัปดาห์นี้ เกิดเพลิงไหม้ขึ้นแล้วรวม 3 ครั้ง โดยครั้งแรกช่วงบ่ายวันที่ 27 ธ.ค. ไฟไหม้ห้องสมุดภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ตกค่ำวันเดียวกันเกิดไฟไหม้สำนักปู่ฤาษี คำแก้ว เทพมุณี รับปรึกษาเกี่ยวกับดวงชะตาราศี พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก ที่บ้านท่าบ่อ ต.แจระแม อ.เมือง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากวัดนี้ราว 3 กิโลเมตร
สุธน ประกอบพร / อุบลราชธานี





