ตรังเตรียมความพร้อมงานวิวาห์หวานครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้ง กับ วิวาห์ใต้สมุทร 2019 ครั้งที่ 23ระหว่างวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2562

ตรังเตรียมความพร้อมงานวิวาห์หวานครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้ง กับ วิวาห์ใต้สมุทร 2019 ครั้งที่ 23ระหว่างวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2562

นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผวจ.ตรัง ร่วมกับนายพิชัย มะนะสุทธิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง แถลงข่าวงานวิวาห์ใต้สมุทร ครั้งที่ 23 จ.ตรัง

ซึ่งกิจกรรมของงานในปีนี้เป็นการจัดงานวิวาห์ใต้สมุทร 2019 Trang Underwater Wedding Ceremony 2019 ครั้งที่ 23 ผโดยมีคู่บ่าวสาวทั้งไทยและต่างชาติเข้าร่วมพิธีวิวาห์อย่างต่อเนื่องทุกปี ปีนี้มีคู่บ่าวสาวที่สมัครเข้ามาแล้วจำนวน 16 คู่ เป็นชาวไทย 13 คู่ ชาวต่างชาติ 3 คู่ คือ จีน มาเลเซีย และเนอเธอร์แลนด์

ซึ่งจะมีกิจกรรมสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดตรังนำคู่บ่าวสาวเที่ยวชม อันดามันเกตเวย์ สถานีรัก บ้านพระยารัษฎา ชุมชนย่านซื่อ วังเทพธาโร เขาหัวแตก

สำหรับขบวนขันหมากในพิธี มี ขบวนกลองยาวกว่า 10 คณะ พร้อมนางรำจากทุกอำเภอ ขบวนขันหมาก ขบวนคู่บ่าวสาว ขบวนแขกผู้มีเกียรติ วงดุริยางค์จากสถานศึกษาบรรเลง แห่รอบเมือง พิธีการหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร เลี้ยงต้อนรับประเพณีกินเหนียว พิธีรดทรายสังข์และจดทะเบียนสมรสใต้ทะเล ซึ่งปีนี้จะจัดขึ้นบริเวณหินก้อนเดียวอยู่ใกล้กับถ้ำมรกต เกาะมุกด์ อ.กันตัง ซึ่งบริเวณนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม น้ำทะเลใส และมีความลึกไม่มากนัก ประมาณ 8 เมตร สามารถมองเห็นจากผิวน้ำไปสู่บริเวณที่ทำพิธีได้ สำหรับไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของงานคือ การจดทะเบียนสมรสจริงให้คู่บ่าวสาวบนแพกลางทะเล โดยมีนายอำเภอกันตังจะเป็นผู้ดำเนินการเรื่องการจดทะเบียน นอกจากนั้นคู่วิวาห์เดินทางไปวัดเขาแก้ว สักการะพระประธานในอุโบสถ ตีระฆังและฆ้องใหญ่ที่สุดในภาคใต้ สักการะพระท่ามกงเยี่ย ณ ศาลเจ้าท่ามกงเยี่ย ศาลเจ้าเก่าแก่แห่งหนึ่งในจังหวัดตรังเพื่อความเป็นสิริมงคลและมีโชคลาภ และเยี่ยมชมจวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรังที่เป็นโบราณสถานมีอายุกว่า 100 ปี ซึ่งทั้งหมดเป็นกำหนดการกิจกรรมของคู่บ่าวสาวทั้งหมดในช่วง 3 วัน ระหว่างวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2562

ประธานหอการค้า กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ทำให้คนทั่วโลกได้รับรู้และสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจังหวัดท่องเที่ยงของจังหวัดตรังที่น่าสนใจน่าค้นหา ทั้งทางธรรมชาติ ประเพณี ความสวยงามทางท้องทะเลก็ไม่แพ้ที่อื่น

ทั้งนี้หลังจากมีการเลือกตั้ง ตนมองว่าประเทศที่มีแนวคิดในเชิงประชาธิปไตย ประเทสกลุ่มยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น
จะมองประเทศไทยในแง่ดีขึ้น คงจะมีความมั่นใจที่จะเข้ามาลงทุน ค้าขาย ท่องเที่ยวกับประเทศไทยมากขึ้น แต่ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลหลังจากนั้นว่าการดำเนินงานที่จะสร้างความมั่นใจให้กับต่างชาติทั่วโลกได้อย่างไรในโลกภายนอก

ถนอมศักดิ์ /ตรัง

ใส่ความเห็น