จับแก๊งตัดไม้ในอุทยานแห่งชาติได้ทั้งไม้และซากสัตว์ป่าหวงห้ามจำนวนมาก

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี เปิดเผยเมื่อช่วงสายวันที่ 16 ก.พ. ขณะนายจิณณะ สามศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อำเภอนาจะหลวย พร้อมชุดลาดตระเวนหน่วยพิทักษ์ป่าหน่วยคำบากกับหน่วยถ้ำเสือจำนวน 6 นาย ซึ่งได้รับการฝึกฝนการเดินลาดตระเวนเชิงคุณภาพตามที่ได้รับการฝึก ได้พบกับขบวนการลักลอบตัดไม้ที่ลักลอบตัดไม้บริเวณรอยต่อชายแดนไทย-ลาว บริเวณป่ายอดลำห้วยทราย ทิศตะวันตกเฉียงใต้บ้านคำบากในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย และเขตป่าสงวนแห่งชาติบุณฑริก ท้องที่ตำบลห้วยข่า อำเภอบุณฑริก ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว ซึ่งเมื่อหลายเดือนก่อนในพื้นที่ใกล้เคียงกันก็พบซากช้างป่าถูกยิงตาย โดยฝีมือของพรานจากต่างชาติมาแล้ว จึงกระจายกำลังปิดล้อมขบวนการลักลอบตัดไม้กลุ่มดังกล่าว ซึ่งมีกำลังมากกว่าถึง 12 คน และสามารถจับกุมกลุ่มผู้ลักลอบเข้ามาตัดไม้และล่าสัตว์ได้ทุกคน ซึ่งเป็นชาวไทยจากบ้านโคกน้อย ตำบลบ้านตูม อำเภอนาจะหลวย มีนายเฉลิมศรี คงทน อายุ 53 ปี เป็นคนนำทาง ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดมีอายุระหว่าง 18-48 ปี อ้างว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายทุนให้ขึ้นมาตัดไม้ นำไปรวมหมอนรอการลำเลียงออกจากป่าส่งไปขายโดยยึดไม้ของกลางเป็นไม้ประดู่ขนาดใหญ่จำนวน 9 ท่อน คิดเป็นปริมาตร 9.84 ลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ ยังพบซากสัตว์ป่าสงวนหายากคือ กระรอกหลากสี 2 ซาก ซากพญากระรอกดำ 1 ซาก ซากนกปรอด 1 ถุงใหญ่ เลื่อยโซ่ยนต์ 2 เครื่อง ปืนแก๊ป 3 กระบอก มีด ขวาน ค้อน หัวไฟชนิดคาดศรีษะ ยาบ้า 15 เม็ด โทรศัพท์มือถือ เป็นรวมของกลาง 18 รายการ เจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงผู้ต้องหาลงจากป่ามายังที่ทำการหน่วยในค่ำวันเดียวกัน และได้จัดหาอาหารเย็นมาเลี้ยงกลุ่มชาวบ้านที่ขึ้นมาลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ป่า ก็ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยข่า อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี ดำเนินคดีฐานลักลอบเข้ามาตัดไม้ในเขตป่าสงวน และล่าสัตว์ป่าสงวนตาม พรบ.ป่าไม้ ดำเนินคดีต่อไป
สุธน ประกอบพร/อุบลราชธานี










