สระแก้วบูรณาการเพื่อฟื้นฟูชุมชนโบราณบ้านเมืองไผ่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่

สระแก้วบูรณาการเพื่อฟื้นฟูชุมชนโบราณบ้านเมืองไผ่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่

นายศักดิ์ศิริ ศิริมังคะลา ปลัดจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วยวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว ผู้อำนวยการ ททท.นครนายก นายอำเภออรัญประเทศ ผู้แทนประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว ผู้แทนสำนักงานศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องระดับอำเภอ ลงพื้นที่เพื่อรับทราบข้อมูลการขอปรับปรุงอารยธรรมทวาราวดี-ขอม 1,100-1,800 ปี (ปราสาททวาราวดี-ขอม) ในพื้นที่ของหมู่บ้านสองแห่ง โดยมีนายองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองไผ่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในหมู่บ้าน ร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลเพื่อขอดำเนินการปรับปรุง

นายสมนึก ทะศร ประธานกลุ่มพิพิธพันธ์ปราสาทเมืองไผ่ กล่าวว่า เมืองไผ่ เป็นชุมชนโบราณสมัยอารยธรรมทวาราวดี-ขอม ประมาณพุทธศักราชที่ 1100-1800 มีสิ่งปลูกสร้างที่ยังหลงเหลือยู่ให้เห็น โดยเป็นคูกำแพงเมืองสองชั้น ชั้นในเป็นรูปสี่เหลี่ยมพื้น มีโบราณสถานเป็นปราสาท (ปราสาทเมืองไผ่) จำนวน 2 แห่ง ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้แล้ว โดยมีโครงสร้างปราสาทให้เห็นในปัจจุบัน และเสาหินหลักเมืองรูปทรงแปดเหลี่ยม อยู่ด้านทิศตะวันออกของปราสาท สาเหตุที่เรียกว้า บ้านเมืองไผ่ เกิดจากคูกำแพงเมือง 2 ชั้น มีก่อไผ่ป่าขึ้นเองตามธรรมชาติเป็นจำนวนมาก ประกอบกับพื้นที่คูเมืองชั้นในมีปราสาทและสิ่งที่เชื่อได้ว่าเป็นเมืองเก่าแก่ จึงนำทั้งสองส่วนมาประกอบกันเรียกว่า บ้านเมืองไผ่ ซึ่งประชาชนในหมู่บ้านมีประชาคมให้ฟื้นฟูเพื่อสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยว ลักษณะเมืองเป็นรูปไข่กว้างราว 1,000 เมตร ยาวราว 1,300 เมตร มีคูเมืองและกำแพงล้อมคูเมืองกล้างราว 40 เมตร กำแพงเมืองกว้างราว 5 เมตร สูงราว 2-3 เมตร

การดำเนินงานทางโบราณคดี พ.ศ.2500 กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทเมืองไผ่ เป็นโบราณสถานแห่งชาติ พ.ศ.2512 หน่วยศิลปากรที่ 5สำรวจและขุดแต่งโบราณสถานเจดีย์ หมายเลข 1 อยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง ฐานเจดีย์เป็นมุขยื่นออกไปทั้ง 4 ทิศ ก่อด้วยอิฐสอดิน ผนังเจดีแกะสลักเป็นลวดลายต่าง ๆ มีบางรูปเป็นหน้าบุคคล มีกำแพงล้อมรอบเจดีย์สองชั้น โบราณวัตถุที่พบจากการสำรวจและขุดแต่งได้แก่ เทวรูปยืนถือกระบองสูง 1 เมตร เสมาธรรมจักรสมัยทวาราวดี 1 ชิ้น เศียรพระพุทธรูปทำด้วยหินทรายสีเขียวและศิลาจารึก 1 หลัก พ.ศ.2532 กรมศิลปากรประกาศกำหนดให้เป็นเขตที่ดินโบราณสถานปราสาทเมืองไผ่ ปัจจุบันราษฎรในพื้นที่ ได้รวบรวมโบราณวัตถุเก็บเป็นพิพิธภัณฑ์ไว้ที่วัดเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและประสางานเพื่อขออนุญาต เพื่อขุดค้นตกแต่งโบราณสถานแห่งใหม่ที่อยู่ด้านทิศตะวันตกของคูเมืองในโอกาสต่อไป

นายศักดิ์ศิริ กล่าวว่าจะนำข้อมูลเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อฟื้นฟู และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะได้ช่วยผลักดันให้มีการพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของอำเภออรัญประเทศอีกแห่งหนึ่ง โดยสำนักงานศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรีขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันอนุรักษ์รักษาสภาพที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบันให้คงเดิม หากพบหลักฐานที่สำคัญขอให้นำมาไว้ที่วัดและแจ้งกรมศิลปากรได้ทราบด้วย และจะจัดหางบประมาณมาสนับสนุนต่อไป

สมศักดิ์/สระแก้ว

ใส่ความเห็น