คุณนายสารวัตรตำรวจคิดต่างด้วยการหันมาปลูกคื่นช่ายแบบไร้ดินแค่ปีกว่า สามารถขยายพื้นที่ปลูกและขายส่งวันละ 70-100 กิโลกรัม จนกลายเป็นเกษตรกรผู้ปลูกคื่นช่ายปลอดสารรายใหญ่ในอำเภอหาดสำราญ จ.ตรัง สร้างรายได้กว่าแสนบาทต่อเดือนโดยไม่ต้องง้อเงินเดือนของสามี

นางภัชรวดี เจริญฤทธิ์ อายุ 43 ปี หันมาใช้พื้นที่ว่างข้างบ้านประมาณ 2 งานเพื่อปลูกคื่นช่ายจีนแบบไร้ดินจำนวนหลายพันต้น โดยใช้ระบบน้ำไหลเวียนให้ปุ๋ยอินทรีย์สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ใช้เวลาปลูกประมาณ 50 วันก็สามารถเก็บขายได้ในราคากิโลกรัมละ 60-70 บาท แต่หากเป็นหน้าฝนคื่นช่ายก็จะมีราคาสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 160-180 บาทหรือกว่า 1 เท่าตัว ซึ่งหลังทดลองปลูกเป็นรายแรกในอำเภอหาดสำราญ จ.ตรัง จนประสบความสำเร็จจึงได้ขยายโรงเรือนเพิ่มอีกจำนวนหลายหลังในพื้นที่อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เพื่อให้ผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการของตลาด ซึ่งปลูกขายมาแล้วกว่า 1 ปี สามารถเก็บคื่นช่ายขายได้วันละไม่ต่ำกว่า 50-100 กิโลกรัมสร้างรายได้กว่า 5,000 บาทต่อวัน

โดยนางภัชรวดีฯ เป็นภรรยาของ พ.ต.ท นายหนึ่งสังกัดสภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช แต่หันมาคิดต่างด้วยการใช้ที่ดินของตน ปลูกคื่นช่ายซึ่งเกษตรกรรายอื่นใน อ.หาดสำราญยังไม่มีใครปลูก เพราะคิดว่าการปลูกแบบไร้ดินจะดูแลยุ่งยาก และเสียใช้จ่ายมากกว่า แต่ความจริงแล้ว เป็นการลงทุนแค่ครั้งเดียว สำหรับค่าวัสดุอุปกรณ์ ส่วนระยะเวลาการปลูกแบบไร้ดินก็สั้นกว่าการปลูกแบบลงดินถึงเท่าตัว ทั้งยังไม่มีปัญหาเรื่องหน้าฝนหรือน้ำค้าง เก็บเกี่ยวง่ายกว่า สามารถเลือกถอนขึ้นมาทั้งต้นได้โดยไม่บอบช้ำ ไม่มีโรคและแมลงรบกวน และยังเก็บขายได้ตลอดทั้งปี เป็นพืชสมุนไพรที่ยังเป็นที่ต้องการของตลาด ส่วนลูกค้ามีหลายจังหวัดในภาคใต้ ทำให้ตอนนี้ไม่ต้องง้อเงินเดือนของสามีแล้ว ส่วนใครที่สนใจสามารถติดต่อขอดูงานหรือสั่งซื้อคื่นช่ายได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 082-1797987

ซึ่งนางภัชรวดี กล่าวว่า ใน อ.หาดสำราญส่วนมากจะปลูกแตงกวา ถั่วฝักยาว ตนจึงเปลี่ยนวิธีคิดให้แตกต่างจากคนอื่น โดยปลูกมาปีกว่าแล้ว เก็บขายได้วันละ 50-100 กิโลกรัมราคาขายกิโลกรัมละ 60-70 บาท และตั้งใจจะขยายพื้นที่ไปอีกในอ.ทุ่งหว้า จ.สตูลรอยต่อพื้นที่ จ.ตรังด้วย
ถนอมศักดิ์/ตรัง



