หนุ่มวิศวกรไฟฟ้าจูงมือภรรยาสาวจบเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาปลูกเมล่อนและทำฟาร์มเกษตร 4.0 เมื่อสำเร็จแล้วจึงต่อยอดมาปลูกแตงโมพันธุ์ช้างแสดและช้างดำในโรงเรือน มีทั้งชนิดเนื้อสีเหลืองและสีแดง เมล็ดกินได้แถมเป็นยาชูกำลัง ผลตอบรับดีมากจนไม่พอขาย

ที่สวนคีพบ๊อกซ์ เลขที่ 175/45 ถนนมหาราช ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ เจ้าของสวนคือนายภคิน ไทรงาม อายุ 40 ปี จบวิศวกรไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ส่วนภรรยาจบเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งทั้งคู่มีใจรักด้านการเกษตร จึงนำที่ดินที่แต่เดิมคิดว่าจะสร้างคอนโดหรูใจกลางเมืองตรังมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท มาเป็นแปลงเกษตรแบบผสมผสาน เมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา โดยเริ่มปลูกผักและผลไม้ที่ชอบรับประทานก่อน โดยเฉพาะเมล่อนสายพันธุ์ต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จ ขายได้ตลอดทั้งปี

แต่ในปีนี้เกษตรกรได้นำเมล็ดพันธุ์แตงโมช้างดำ ซึ่งมีเนื้อเป็นสีแดง และช้างแสดซึ่งมีเนื้อเป็นสีเหลืองมาปลูกไว้ในโรงเรือนกว่า 100 ต้น โดยรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 6 แล้ว ใช้เวลาปลูกประมาณ 60-65 วันก็สามารถเก็บขายได้ในราคากิโลกรัมละ 45 บาท ซึ่งแพงกว่าแตงโมทั่วไปถึง 3 เท่า แต่ได้รับความสนใจจากลูกค้าจำนวนมาก จนผลิตไม่พอขายและต้องสั่งจองล่วงหน้าแบบรุ่นต่อรุ่น เพราะปลอดภัยจากการใช้สารเคมี ใช้ระบบน้ำหยดทำให้ประหยัดน้ำและไม่มีโรคและแมลงรบกวน

โดยแตงโมช้างแสดและช้างดำ มีข้อดีคือเนื้อละเอียด เมล็ดลีบสามารถกินได้ทั้งเมล็ด แถมยังเป็นยาชูกำลัง บางกรอบ หอมหวานชุ่มคอ ลงมีดแล้วลั่นแตกตามรอยมีด สามารถนำไปทำบิงชู น้ำแตงโมปั่นและอื่น ๆ นำออกขายเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่พลาดโอกาสซื้อเป็นลูก ส่วนผักและผลไม้อื่น ๆ ยังคงเก็บขายได้ตลอดทั้งปี ที่เหลือนำมาแปรรูปเป็นไอศรีม โยเกิรต์และอื่น ๆ สร้างรายได้รวมกันแล้วกว่า 100,000 บาทต่อเดือน ล่าสุดมีเมล็ดพันธุ์เมล่อน แตงโมช้างแสดและช้างดำขายให้กับเกษตรกรที่สนใจนำไปปลูก เพื่อสร้างรายได้เสริมในช่วงหน้าแล้งปีนี้ ส่วนเกษตรกรรายใดสนใจสามารถไปศึกษาดูงานได้ฟรีทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ที่ คีฟบ๊อกซ์ฟาร์ม หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 081-9581181 หรือทางเพจคีพบ๊อกซ์ฟาร์มจ.ตรังก็ได้ ด้านนายภคิน ไทรงาม เจ้าของสวนแตงโมในโรงเรือนกล่าวว่า ลักษณะเด่นของช้างแสดคือเนื้อกรอบ รสชาติถูกปากลูกค้า ส่วนช้างดำเป็นแตงโมเนื้อสีแดงสามารถกินเมล็ดได้แถมเป็นยาชูกำลัง ราคากิโลกรัมละ 45 บาท ลูกค้าสามารถจองผ่านเฟสบุ๊กได้ ซึ่งปลูกในโรงเรือนทำให้ปลอดภัยจากสารเคมี ทำให้มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 100,000 บาท เกษตรกรสามารถติดต่อมาได้ทั้งทางโทรศัพท์หรือเฟสบุ๊ก….ถนอมศักดิ์/ตรัง




