รองนายกรัฐมนตรี เยือนเมืองตรังก่อนหมดวาระรัฐบาล คสช. มอบสมาร์ทการ์ด อสม.ตรัง เพิ่มเงินช่วยเหลือจาก 600 เป็น 1,000 อสม.ต่างปลื้มถ้วนหน้า ก่อนลงพื้นที่พบปะชาวประมงพื้นบ้าน แก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย เพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนแก่ชาวประมงพื้นบ้าน ยืนยันไม้ได้มาหาเสียง เพราะไม่มีส่วนร่วมในทางการเมือง

วันที่ 14 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก หอประชุมสุพรรณิการ์ อาคารหลักศิลา มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดตรัง พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ ลงตรวจเยี่ยมพื้นที่มอบบัตรsmart card แก่ อสม.จังหวัดตรัง โดยมีคณะ อสม.มาต้อนรับ รองนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้กว่า 1,000 คน และเยี่ยมกลุ่มประมงพื้นบ้าน บ้านน้ำราบ ร่วมปล่อยพันธ์ปูม้า มอบกระชังบ้านปลาให้แก่ตัวแทนชุมชนโดยมีนายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกับกลุ่ม อสม.ว่าขอให้เป็นจิตอาสาที่เข้มแข็ง เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนงานสาธารณสุขและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้การทำบัตร smart card ก็เพื่อสิทธิประโยชน์ของสมาชิก อสม. และเพิ่มเงินสวัสดิการจากปกติ 600 บาทเป็น 1,000 บาท

ขณะที่ นายทวีป คงเอียด อยู่บ้านเลขที่ 68 หมู่ที่ 3 ตฝ่าสะบ้า อ.วังวิเศษ จ.ตรัง หนึ่งในตัวแทนผู้ที่รับมอบบัตรsmart card กล่าวว่าในฐานะที่ตนเป็น อสม.ไม่คาดฝันว่าจะมีการบริการจากรัฐบาลหรือ ธกส.สร้างความ สะดวกให้กับพี่น้อง อสม.อย่างยิ่ง จากการที่ทางรัฐบาลเพิ่มเงินสวัสดิการให้กับ อสม.ตนมองว่าเป็นค่าครองชีพที่สูงขึ้นและพี่น้อง อสม.เองเมื่อก่อนไม่มีเงินสวัสดิการเงินค่าป่วยการณ์ แต่พอมามีเงินส่วนนี้สามารถช่วยได้เยอะในค่าครองชีพต่างๆ สำหรับ อสม.แล้ว เป็นภารกิจที่ช่วยเหลือสาธารณสุขได้มากรวม 14 อย่างตั้งแต่เด็กผู้สูงอายุ คนชรา คนพิการ ผู้ด้อยโอกาสซึ่งเป็นหน้าที่หลักของ อสม.ที่เป็นจิตอาสาทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืนก็ไม่ได้คิดค่าตอบแทนแต่อย่างใด
การที่รัฐเห็นความสำคัญของโรงพยาบาลตำบลตนมองว่าดีมาก การที่สามารถช่วยผู้ป่วยได้ทันท่วงทีทันเวลา ก่อนจะถึงโรงพยาบาลหลักตามลำดับ การที่มี รพ.สต.ก็จะสะดวกยิ่งขึ้นช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ได้อย่างมากมาย
จากนั้นรองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปยังบ้านน้ำราบ ท่าขยง ต.บางสัก อ.กันตัง จ.ตรัง เพื่อพบปะกับกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน ชมกิจกรรมการทำประมงพื้นบ้านชุมชน และร่วมปล่อยพันธุ์ปูม้าคืนสู่ธรรมชาติ และมอบซังบ้านปลาให้กับตัวแทนชุมชน เพื่อมีชีวิตชาวประมงที่ยั่งยืนทั้งนี้ต้องมีความร่วมมือกับทุกฝ่าย ส่วนปัญหาเรื่องเรือประมงพานิชนั้นมีการแบ่งเขตเรียบร้อยแล้ว หากมีการล้ำแดนเข้ามาก็มีหน่วยงานที่เข้าตรวจสอบดูแล
ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ตนไม่ได้มาหาเสียงเพราะตนไม่มีส่วนร่วมกับการเมือง แต่ตนมาด้วยจิตใจที่อาสาเหมือน อสม. ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ซึ่งในอีก 2-3 เดือนตนก็กลับบ้านแล้วเพราะหมดหน้าที่แล้ว แต่ถ้ามีโอกาสได้เข้ามาอีกครั้งอยากมาติดตามความก้าวหน้าของโครงการที่ทำไว้

นายอะเหร็น พระคง ประธานชมรมชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง กล่าวว่า รายได้ของชาวประมงในขณะนี้ดีขึ้นมากมีความมั่นคงขึ้น แต่ปัญหาในตอนนี้คือภัยจากธรรมชาติ มีการปรับเปลี่ยนแบบไม่สมดุล สำหรับความมั่นคงของอาชีพประมงพื้นบ้านเพิ่มขึ้น 70 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ชาวประมงพื้นบ้านแบ่งเป็น 2 ส่วน มีการทำท่องเที่ยวด้วย แต่ดีใจมากที่ตอนนี้ประมงพื้นบ้านได้ราคาดี ตอนนี้เรื่องประมงผิดกฎหมายลดลงมาก ซึ่งรัฐบาลได้จัดเขตประมงพื้นบ้านและประมงพานิชชัดเจนไม่มีการรุกล้ำกันไม่มีผลกระทบ..ถนอมศักดิ์/ตรัง