คนโพสภาพคณะรถแห่เครื่องเสียงแจงไม่ได้ดื่มขณะถูกเรียกตรวจแล้วปะทะคามรมณ์กับจนท รุนแรง กลับถูกชาวเน็ตรุมสวดใช้คำพูดไม่เหมาะสมต่อจนท.ตร.และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีเพจเฟชบุ๊ค ชื่อเพจดังเฟชบุ๊ก และ เพจเกรียงไกร ไทยอ่อน ได้โพสระบุว่า #ตำรวจ ลงดี หรือ ลงไม่ดี พรบ.คอม ขมขู่ โดยมีการแชร์กันไปจำนวนมากมาต่อเนื่องตั้งวันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 29 มี.ค.62 ที่ผ่านมา โดยที่เกิดเหตุอยู่บริเวณริมถนนสายชัยภูมิ – บ้านเขว้า ช่วงบ้านหนองบัวขาว ตำบลชีลอง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ที่มีชาวเน็ตแห่แชร์ภาพคลิประหว่างที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองชัยภูมิ ปะทะคารมณ์รุนแรงกับบุคคลที่เดินทางมาด้วยกับคณะรถแห่เครื่องเสียงดนตรีดังกล่าว ขณะถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ
นายอดุลย์ เวียงดินดำ ชาวอ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นเจ้าของวงดนตรี และ เจ้าของรถแห่เครื่องเสียงคันดังกล่าว ได้ออกมาขอความเป็นธรรมให้กับตัวเองและคณะรถแห่ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งเล่าเหตุการณ์ให้ทางผู้สื่อข่าวฟังว่า วันนั้นที่เกิดเหตุ 29 มี.ค.62 ระหว่างวที่มีการปะทะคารมณ์และพากันนำโทรศัพท์ออกมาถ่ายคลิปจนท.ตำรวจในจุดดังกล่าสว ที่เรียกตรวจรถแห่ฯ ตนเองไม่ได้ดื่มสุราแต่อย่างใดมาเด็ดขาด เพราะปกติตนเองก็ไม่ดื่มอยู่แล้ว แม้แต่โชเฟอร์คนขับที่ตนเองก็ไม่ให้ดื่มเด็ดขาดระหว่างงานขับรถ

ซึ่งผมเป็นหัวหน้าวงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะรู้ดีเรื่องนี้ หากดื่มไปวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจคงไม่ปล่อยแน่ บนรถก็เหมือนกันไม่มีใครนั่งดื่ม หากเมาคงโดนจับไปแล้ว เพราะตำรวจไม่ใจดีปล่อยไปเฉยๆอยู่แล้ว
แต่ที่ติดใจ. คือ 1.)พนักงานแจ้งข้อหากับโชเฟอร์ผม เขาตะคอกเสียงดังยังกับโชเฟอร์ผมเป็นโจรห้าร้อยก่อคดีรุนแรง รถก็ดัดแปลงสภาพ ฟังความแล้วหนักกว่าข้อหาขโมยรถ แจ้งข้อกล่าวหายังกับไม่เคยเห็นรถแห่เครื่องเสียง แต่บอกว่าเป็นคนชัยภูมิแล้วเดินมาตรงทางขึ้นบอกจะขอตรวจค้นบนรถ แบบตะโกนไม่สมกับเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใช้วาจาข่มขู่จะเอาผิดให้ได้ หากนำภาพไปลงในทางไม่ดี เมื่อเอาความผิดคนขับไม่ได้ เลยจะมาเอาความผิดของผู้โดยสารแทนผมก็เลยยั้วเกิดอาการขึ้นบ้างเท่านั้น ก็เลยปะทะคารมณ์กันออกมาอย่างที่เห็นในคลิป ซึ่งยืนยันและอยากขอความเป็นธรรมต่อผู้ที่อาจจะเข้าใจผิดว่าคณะรถแห่พวกเราเมาสุรา ซึ่งไม่มีเด็ดขาด จึงอยากขอความเป็นธรรมมาในครั้งนี้ด้วย เพราะไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดไปกันใหญ่อีก
และทีแรกทางจนท.ตร.จะปรับ 200 บาท เรื่องการดัดแปลงสภาพรถ แต่พอมีการปะทะคารมณ์กันแรง ก็เพิ่มข้อหาหมั่นใส้ในฐานะประชาชนบอกให้เจ้าหน้าที่รัฐปรับปรุงการพูดต่อประชาชนดีๆบ้างก็เท่านั้น แต่ก็เลยถูกสั่งปรับเพิ่มอีก 200 บาท เป็น 400 บาท แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ก็ยังถือว่าคุ้มครับ ที่ประชาชนได้ระบายบ้าง และอยากถามว่าแค่ตำหนิแค่นี้ประชาชนผิดด้วยหรือ และนี่คือสิ่งที่อยากขอความเป็นธรรมให้กับคณะรถแห่ที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น รวมทั้งประชาชนทั่วไปในครั้งนี้บ้างก็เท่านั้น
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสภ.เมืองชัยภูมิ เองแจ้งยืนยันต่อกรณีที่เกิดขึ้น ก็ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนหน้าที่เพื่อขอเรียกตรวจตามระเบียบปฏิบัติตามกฏหมายเท่านั้น แต่ทางคณะรถแห่กลับใช้วาจา กล่าวให้ร้ายต่อจนท.รุนแรงเป็นอย่างมากในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งก็พยายามพูดคุยเจรจาให้สงบสติและลงมาพูดคุยกันดีๆแล้ว ก่อนที่จะตรวจสอบดำเนินคดีสิ่งที่กระทำผิดกฏหมายเท่านั้น ไม่ได้มีการไปยัดเยียดข้อหาแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่อยากให้ใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล และอยากให้เห็นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย
ชัยภูมิ / สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี